เปรียบเทียบโปรแกรมคลินิกแพทย์แผนไทยอย่างไร ให้ได้โปรแกรมที่ตรงตามความต้องการ

กรอบเปรียบเทียบโปรแกรมด้วย Segment, Scenario, หลักฐาน, สิทธิ์ข้อมูล, สต็อกหรือสมุนไพร, ต้นทุน และระบบสิทธิ เพื่อเลือกจากงานจริงแทนคำโฆษณา

ผู้ขายสามเจ้าตอบคำถามว่า “รองรับคลินิกแพทย์แผนไทยไหม” เหมือนกันทั้งหมด

เจ้าหนึ่งมีระบบจองกับ POS อีกเจ้ามีแบบฟอร์มที่ปรับได้ ส่วนอีกเจ้ามีระบบสต็อกและรายงานครบ ถ้าเชื่อคำว่า “รองรับ” เพียงคำเดียว ทั้งสามระบบดูเหมือนเท่ากัน

แต่พอให้ทำเคสจริง ความต่างจะชัดมาก

การเปรียบเทียบโปรแกรมคลินิกแพทย์แผนไทยต้องเริ่มจาก Segment ของคลินิกและเหตุการณ์ที่เกิดจริง จากนั้นให้ทุกระบบทำ Scenario เดียวกัน พร้อมหลักฐานว่าใครเห็นอะไร ข้อมูลเปลี่ยนเมื่อไร และส่งออกได้อย่างไร

ระบุประเภทคลินิกก่อนดูซอฟต์แวร์

คลินิกเอกชนที่รับชำระเองและขายคอร์สมีโจทย์ต่างจากคลินิกชุมชนอบอุ่นที่ทำงานกับสิทธิบัตรทอง

คลินิกที่มีผลิตภัณฑ์สมุนไพรทั่วไปต่างจากคลินิกที่มี Workflow การจ่ายยา ตำรับ หรือการปรุงตามขอบเขตที่เกี่ยวข้อง

สาขาวิชาชีพ บริการ บุคลากร ห้อง ทรัพยากร และเอกสารที่ใช้ก็มีผลต่อ Requirement

เขียนบริบทนี้หนึ่งหน้าและส่งให้ผู้ขายล่วงหน้า หากยังไม่ชัดว่าเป็นคลินิกแบบใด การตอบว่า “รองรับ” จะกว้างจนไม่มีความหมาย

เตรียม Scenario ที่มีทั้งงานปกติและงานยาก

ใช้ผู้รับบริการสมมติหนึ่งคน นัดบริการ ซื้อแพ็กเกจห้าครั้ง แบ่งชำระ ใช้ครั้งแรก รับผลิตภัณฑ์หนึ่งรายการ เลื่อนครั้งถัดไป และขอแก้รายการบางส่วน

ให้ผู้ขายแสดงตั้งแต่สร้างข้อมูล กำหนดสิทธิ์ บันทึกเหตุการณ์ หักจำนวนครั้ง รับเงิน ตัดสต็อก คิดค่าตอบแทน ไปจนถึงรายงาน

จากนั้นเพิ่มโจทย์เฉพาะของคลินิก เช่น แบบบันทึก การแนบเอกสาร ล็อตและวันหมดอายุ การจ่ายหรือคืน การโอนสาขา และการส่งออกข้อมูล

หากเป็นคลินิกชุมชนอบอุ่น ให้แยก Scenario ตรวจสอบสิทธิ Authen ปิดสิทธิ ตรวจสอบก่อนจ่าย และ e-Claim อย่าให้ผู้ขายตอบด้วยภาพโมดูลการเงินทั่วไป

ใช้คำขอหลักฐานแทนคำถามว่า “มีไหม”

แทนที่จะถามว่ามี Audit trail ไหม ลองแก้ข้อมูลสำคัญแล้วขอดูประวัติ

แทนที่จะถามว่าปรับฟอร์มได้ไหม ให้ผู้ประกอบวิชาชีพสร้างฟอร์มตัวอย่าง บันทึกหนึ่งเคส ค้นย้อนหลัง และส่งออก

แทนที่จะถามว่าคุมล็อตได้ไหม ให้รับสินค้าสองล็อต คนละวันหมดอายุ ใช้หนึ่งล็อต แล้วจำลองการคืน

แทนที่จะถามว่ารองรับหลายสาขาไหม ให้ซื้อที่สาขาหนึ่ง ใช้อีกสาขา และดูผลต่อจำนวนครั้ง รายรับ สต็อกกับค่าตอบแทน

เมื่อเปลี่ยนคำถามเป็นการกระทำ คำว่า “ได้” จะถูกแปลงเป็นหลักฐานที่ทีมตรวจร่วมกัน

ให้คะแนนสิ่งที่สำคัญไม่เท่ากัน

แบ่งเกณฑ์เป็น Must-have, Risk control, Adoption และ Growth

Must-have คือสิ่งที่ขาดแล้วงานหลักจบไม่ได้ Risk control คือสิทธิ์ ประวัติ การอนุมัติ สำรอง ส่งออก และข้อกำกับ Adoption คือความเข้าใจง่าย การอบรม และงานที่ทีมต้องเปลี่ยน Growth คือผู้ใช้ สาขา ปริมาณข้อมูล การเชื่อม และต้นทุนเมื่อโต

ระบบที่มีคะแนนฟีเจอร์รวมสูงอาจแพ้ หากไม่ผ่าน Must-have เพียงข้อเดียว เช่น ไม่สามารถรักษาประวัติข้อมูลสำคัญหรือไม่รองรับ Workflow สิทธิที่คลินิกต้องใช้

ตรวจคนและบริการหลังการขายพอ ๆ กับตัวระบบ

ถามว่าใครช่วยตั้งค่า ใครย้ายข้อมูล ใช้เวลาเท่าไร ทีม Support เข้าใจบริบทคลินิกแค่ไหน และเมื่อมีปัญหาส่งต่ออย่างไร

ขอคุยกับลูกค้าที่มีบริบทใกล้เคียงหากมี โดยถามถึงช่วงเริ่มใช้ ปัญหาที่เจอจริง งานที่ยังอยู่นอกระบบ และคุณภาพการช่วยเหลือ อย่าขอเพียงคำชม

ตรวจเงื่อนไขความเป็นเจ้าของข้อมูล การส่งออก ระยะสัญญา การยกเลิก และค่าใช้จ่ายที่เกิดเมื่อเปลี่ยนแพ็กเกจหรือเพิ่มสาขา

วาง Keenix ไว้ใน Scorecard เดียวกับทุกเจ้า

Keenix ควรถูกประเมินจากโมดูลที่เปิดเผยจริง ได้แก่ คอร์ส นัด ข้อมูลลูกค้า การเงิน Wallet สต็อก ค่าตอบแทน สิทธิ์ และรายงาน

อย่าเพิ่มคะแนนจากการคาดเดาว่าฟีเจอร์คลินิกความงามจะใช้แทนแพทย์แผนไทยได้ทั้งหมด ให้ทดสอบแบบบันทึกทางวิชาชีพ สมุนไพร การจ่ายยา ล็อต ทรัพยากร และงาน สปสช. แยกเป็นข้อ ๆ

ถ้าบางจุดต้องเชื่อม A-MED Care หรือระบบอื่น ให้ระบุว่าใครเป็นแหล่งข้อมูลหลัก ใครคีย์ จุดใดซ้ำ และรายงานรวมอย่างไร ต้นทุนของรอยต่อควรอยู่ใน Scorecard ไม่ใช่ถูกซ่อนไว้ในคำว่า “สามารถประยุกต์ได้”

หลังเดโม ให้แต่ละฝ่ายเขียนเหตุผลหนึ่งบรรทัดใต้คะแนนของตน ความเห็นที่ต่างกันไม่ใช่ปัญหา มันกำลังบอกว่าระบบมีผลต่อแต่ละบทบาทไม่เหมือนกัน และนั่นคือสิ่งที่ควรเห็นก่อนเซ็นสัญญา

สรุปสั้น

การเปรียบเทียบโปรแกรมคลินิกแพทย์แผนไทยต้องระบุ Segment และ Workflow ก่อน ให้ทุกระบบทำ Scenario เดียวกัน แล้วตรวจหลักฐานด้านข้อมูลทางวิชาชีพ คอร์ส การเงิน สมุนไพร สิทธิ์ Audit trail การย้ายข้อมูล Support และระบบสิทธิหรือ Claim ที่ต้องใช้

แหล่งอ้างอิง

  1. สวทช.: A-MED Care และ Workflow สปสช.
  2. กรมการแพทย์แผนไทยฯ: คู่มือแนวทางเวชปฏิบัติ

อยากเห็น Keenix ในงานจริงของคลินิก

นัดดูระบบกับทีม Keenix แล้วไล่ดูขั้นตอนที่ใช้กับคลินิกของคุณร่วมกัน