สำหรับเจ้าของ ผู้บริหาร และผู้วางแผนติดตามลูกค้า

เปรียบเทียบธุรกิจและกลุ่มลูกค้า เพื่อเลือกสิ่งที่ควรทำต่อ

เริ่มจากภาพรวมการขายและรับเงิน แล้วเจาะช่วงเวลา สาขา บริการ และข้อมูลลูกค้าที่เกี่ยวข้อง Keenix มี RFM จากการซื้อคอร์สให้เลือกกลุ่มลูกค้าที่ควรทบทวน พร้อมรายละเอียดและคุณภาพข้อมูลประกอบการตัดสินใจ

  • เห็นองค์ประกอบของการเปลี่ยนแปลง
  • เลือกกลุ่มลูกค้าจากข้อมูลซื้อคอร์ส
  • ตรวจฐานข้อมูลก่อนวางแผน

เริ่มจากคำถามที่ผู้บริหารต้องตัดสินใจ

คำถามมุมมองที่ใช้ประกอบสิ่งที่ควรทำต่อ
ยอดเปลี่ยนจากช่วงก่อนเพราะส่วนใดแนวโน้มและองค์ประกอบการขาย/รับเงินตามช่วงเวลาเปิดบริการ หมวด หรือรายการที่เปลี่ยนมาก
สาขาใดควรเข้าไปตรวจงานข้อมูลสาขาและรายการขายตามสิทธิ์เทียบฐานเดียวกันและตรวจบริบทของสาขา
บริการใดมีสัดส่วนหรือยอดเด่นบริการขายดี หมวดบริการ และรายละเอียดการขายตรวจรายการและรูปแบบการซื้อประกอบแผนบริการ
ลูกค้ากลุ่มใดควรนำมาติดตามRFM และประวัติซื้อคอร์สเลือกรายชื่อ ทบทวนประวัติและสิทธิ์ก่อนให้ทีมติดต่อ
มีงานใดควรจัดการวันนี้ภาพรวมงานที่เข้าเกณฑ์ เช่น นัด ยอดค้าง ของใกล้หมด หรือคอร์สใกล้หมดอายุเปิดงานต้นทางและจัดผู้รับผิดชอบ

ข้อมูลช่วยให้ผู้บริหารตรวจองค์ประกอบและตั้งคำถามต่อ คำอธิบายสาเหตุทางธุรกิจต้องใช้บริบทของคลินิกประกอบกับรายการที่พบ

RFM ของ Keenix วัดการซื้อคอร์ส

Customer Course RFM ใช้พฤติกรรมการซื้อคอร์สของลูกค้าที่ลงทะเบียนและมีรายการซื้อเข้าเงื่อนไข แยกความล่าสุด ความถี่ และมูลค่าให้ตรวจกลุ่มลูกค้าได้ชัด

ตัววัดความหมาย
Recency — ความล่าสุดจำนวนวันจากการซื้อคอร์สที่เข้าเงื่อนไขครั้งล่าสุดจนถึงวันสิ้นสุดช่วงที่เลือก
Frequency — ความถี่จำนวนบิลซื้อที่ไม่ซ้ำและมีคอร์สเข้าเงื่อนไขในช่วงที่เลือก
Monetary — มูลค่ามูลค่าซื้อคอร์สสุทธิตามรายการที่ยังมีผลในช่วงที่เลือก
Net Settled — ยอดชำระสุทธิยอดชำระสุทธิที่เชื่อมกับรายการซื้อคอร์ส แสดงแยกจาก Monetary

คอร์สหลายรายการในบิลเดียวหรือการแบ่งจ่ายหลายครั้งไม่ได้เพิ่ม Frequency ให้เป็นหลายบิล และ RFM นี้ไม่ได้ใช้จำนวนครั้งที่มารับบริการแทนการซื้อ

อ่านกลุ่มและคะแนนภายใต้ขอบเขตข้อมูล

กลุ่มที่นำมาวิเคราะห์อิงลูกค้าที่ลงทะเบียนและมีการซื้อคอร์สที่เข้าเงื่อนไข ไม่รวมลูกค้าทั่วไปที่ระบุตัวตนไม่ได้หรือยอดสินค้าปลีกมาเป็นมูลค่าซื้อคอร์สในบิลผสม รายการคอร์สที่ยกเลิกไม่รวมเป็นการซื้อที่มีผล

เมื่อกลุ่มลูกค้าที่เข้าเงื่อนไขมีอย่างน้อย 20 ราย ระบบจึงให้คะแนน R, F, M ระดับ 1–5 สำหรับการแบ่งกลุ่ม หากมีน้อยกว่า 20 ราย ยังแสดงค่าดิบให้ตรวจโดยไม่สร้างคะแนนระดับดังกล่าว

ลูกค้าที่เคยซื้อก่อนช่วงที่เลือกแต่ไม่ได้ซื้อคอร์สในช่วงนั้นยังช่วยให้เห็นกลุ่มที่ควรทบทวนได้ โดยค่า Frequency และ Monetary ของช่วงนั้นเป็นศูนย์ การเลือกช่วงเวลาจึงมีผลต่อสิ่งที่กำลังอ่าน

จากกลุ่มลูกค้าไปสู่งานติดตามที่เหมาะสม

เลือกกลุ่มจากค่าความล่าสุด ความถี่ หรือมูลค่าที่ต้องการทบทวน แล้วเปิดประวัติซื้อ การใช้บริการ และสิทธิ์คงเหลือประกอบก่อนกำหนดวิธีติดตาม ทีมเป็นผู้เลือกข้อความ เวลา และผู้รับผิดชอบการติดต่อให้เหมาะกับลูกค้าแต่ละกลุ่ม

การได้กลุ่ม RFM ช่วยเตรียมรายชื่อและคำถาม ไม่ได้สั่งส่งแคมเปญหรือทำนายการเลิกใช้บริการแทนทีมโดยอัตโนมัติ

เห็นข้อจำกัดของข้อมูลก่อนเชื่อมเป็นคำอธิบาย

ตรวจข้อมูลที่ระบบระบุว่ามาจากประวัติเดิม เช่น วันที่ขายหรือยอดชำระที่ต้องจัดสรร ก่อนตีความตัวเลขระดับลูกค้าหรือบริการ รายการเก่าที่มีรายละเอียดไม่ครบอาจมีคุณภาพต่างจากรายการที่บันทึกด้วยข้อมูลครบในปัจจุบัน

เมื่อตัวเลขต่างจากรายงานอื่น ให้ตรวจฐานมูลค่าซื้อ ยอดชำระ เงินรับ วันที่ และขอบเขตลูกค้าที่รวมอยู่ก่อน RFM Monetary ไม่ใช่เงินสดรับ และมูลค่าบริการที่ใช้ก็ไม่เท่ากับกำไร

อยู่ระหว่างพัฒนา: การวิเคราะห์กำไรต่อบริการ

การวิเคราะห์กำไรและสัดส่วนกำไรต่อบริการอยู่ระหว่างพัฒนา ยังไม่รวมเป็นความสามารถที่ยืนยันเปิดใช้ในหน้านี้ ระหว่างนี้คลินิกใช้ข้อมูลต้นทุนสินค้า ค่าใช้จ่าย และรายการที่ยังขาดต้นทุนจากงานจัดซื้อประกอบการตรวจได้

ใช้งานอย่างไรในแต่ละวัน

  1. เลือกคำถามและฐาน:

    ระบุว่าจะทบทวนยอด สาขา บริการ หรือกลุ่มลูกค้าในช่วงใด

  2. เปรียบเทียบและเปิดรายละเอียด:

    ดูองค์ประกอบที่เปลี่ยน แล้วตรวจรายการกับคุณภาพข้อมูล

  3. เลือกสิ่งที่จะทำต่อ:

    จัดลำดับงานของสาขาหรือเลือกลูกค้าที่ควรให้ทีมทบทวน

  4. กลับมาดูผล:

    ใช้ช่วงเวลาและนิยามที่สอดคล้องกันเพื่อทบทวนหลังทำงาน โดยเก็บบริบทที่อาจทำให้ผลเปลี่ยนไว้ประกอบ

คำถามที่พบบ่อย

RFM นับจำนวนครั้งที่ลูกค้ามารักษาหรือไม่?

RFM ใน Keenix วัดการซื้อคอร์ส Frequency นับบิลซื้อที่ไม่ซ้ำตามเงื่อนไข การมาใช้คอร์สหลายครั้งไม่ได้เพิ่มความถี่การซื้อโดยอัตโนมัติ

ลูกค้าจ่ายสามงวดในบิลเดียว Frequency เป็นสามหรือไม่?

ยังนับเป็นหนึ่งบิลซื้อที่เข้าเงื่อนไข การแบ่งจ่ายหรือซื้อหลายคอร์สในบิลเดียวไม่เพิ่มเป็นหลายบิล

Monetary เท่ากับเงินที่รับแล้วหรือไม่?

Monetary ใช้มูลค่าซื้อคอร์สสุทธิตามรายการที่ยังมีผล ส่วน Net Settled แสดงยอดชำระสุทธิแยกกัน จึงต้องเลือกค่าที่ตรงกับคำถามก่อนเปรียบเทียบ

มีลูกค้าไม่ถึง 20 รายใช้ดูข้อมูลได้หรือไม่?

ถ้ากลุ่มลูกค้าที่เข้าเงื่อนไขมีน้อยกว่า 20 ราย ยังดูค่าดิบได้ แต่ยังไม่ให้คะแนน R, F, M ระดับ 1–5 จนมีจำนวนเข้าเกณฑ์

รวมยอดขายสินค้าและลูกค้าทั่วไปด้วยหรือไม่?

Customer Course RFM ใช้ลูกค้าที่ลงทะเบียนและการซื้อคอร์สที่เข้าเงื่อนไข ยอดสินค้าปลีกในบิลผสมและลูกค้าทั่วไปที่ระบุตัวตนไม่ได้ไม่ถูกนำมาแทนมูลค่าซื้อคอร์สของลูกค้า

BI ใช้ AI บอกสาเหตุหรือส่งแคมเปญให้เลยหรือไม่?

ความสามารถปัจจุบันช่วยเปรียบเทียบ เปิดรายละเอียด และเลือกกลุ่มข้อมูลเพื่อให้ทีมตัดสินใจ งานสรุปที่ต้องตรวจในภาพรวมใช้เงื่อนไขที่ระบบกำหนด ส่วนการตีความสาเหตุและการสื่อสารกับลูกค้ายังต้องใช้ทีมและบริบทของคลินิก

ดูผลกำไรจริงต่อบริการได้แล้วหรือไม่?

การวิเคราะห์กำไรต่อบริการยังอยู่ระหว่างพัฒนาในขอบเขตที่อธิบายในหน้านี้ ข้อมูลต้นทุนสินค้า ค่าใช้จ่าย และรายการขาดต้นทุนที่มีอยู่ใช้ประกอบการตรวจได้ แต่ยังไม่ควรแทนด้วยข้อสรุปกำไรจริงของทุกบริการ

ประเมินกับงานของคลินิกคุณ

เลือกงานที่ทีมต้องใช้ แล้วดูรายละเอียดแพ็กเกจและวิธีเริ่มต้นให้ตรงกับคลินิกของคุณ